วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เอเซอร์ ร่วมต้านวิกฤติ ช่วยผู้ขาย ตอบแทนผู้ซื้อจัดแคมเปญยักษ์ Acer Grand Sale ลดกระหน่ำสูงสุด 50%

เอเซอร์ ร่วมต้านวิกฤติ ช่วยผู้ขาย ตอบแทนผู้ซื้อ

จัดแคมเปญยักษ์ Acer Grand Sale ลดกระหน่ำสูงสุด 50%

 เจ้าแรกกับความร่วมมือกรุงเทพประกันภัย มอบประกันก่อการร้ายและการจลาจล ให้กับลูกค้าที่ซื้อโน้ตบุ๊กเอเซอร์

 

กรุงเทพฯ: 11 มิถุนายน 2553: บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวมในประเทศไทย ร่วมด้วยช่วยวิกฤติชาติ คืนกำไรผู้ซื้อ กระตุ้นยอดผู้ขาย จัดแคมเปญ "Acer Grand Sale" พร้อมยกทัพสินค้ารวมกว่า 100 รายการ ให้เลือกช๊อปจนฉ่ำใจ ที่ตัวแทนจำหน่ายเอเซอร์ทั่วประเทศ พร้อมลุ้นรับเอเซอร์สมาร์ทโฟนวันละ 5 เครื่อง ตลอดแคมเปญ

 

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงค์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ในเวลานี้เป็นช่วงที่เราจะต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งให้กลับคืนสู่เศรษฐกิจในบ้านเราโดยเร็ว ซึ่งเอเซอร์ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการด้านไอที พร้อมที่จะมีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคด้านไอทีได้รับความสะดวกในการซื้อผลิตภัณฑ์ของเอเซอร์ รวมถึงผลักดันตลาดไอทีให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการจัดแคมเปญพิเศษ Acer Grand Sale เพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า และยังเป็นการเพิ่มแรงขับเคลื่อนของยอดจำหน่ายให้กับคู่ค้าของเรา โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ของเอเซอร์ในราคาพิเศษสุดพร้อมบริการผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ย 0% ทั้ง พีซี โน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก จอแอลซีดี และโปรเจคเตอร์ โดยจะจัดตั้งแต่วันนี้ – 4 กรกฎาคม 2553 ซึ่งผู้สนใจสามารถเลือกชมสินค้าได้ที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่านพร้อมกันทั่วประเทศ และที่บูธเอเซอร์ในงานคอมมาร์ตที่จะถึงนี้

 

"แคมเปญดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการคืนกำไรให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง และช่วยคู่ค้าของเราซึ่งเป็นผู้ประกอบการโดยเอเซอร์ยกขบวนผลิตภัณฑ์มาลดกระหน่ำให้ลูกค้าได้เลือกจับจ่ายมากกว่า 100 รายการ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษกับส่วนลดสูงสุดถึง 50% นอกจากนี้ผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ เอเซอร์ เกตเวย์ และอีแมชชีน ที่ใช้หน่วยประมวลผลในตระกูล Intel Core i3, i5 และi7 Processor ทั้งยังสามารถร่วมลุ้นโชครับเอเซอร์ สมาร์ทโฟน Liquid S100 มูลค่าเครื่องละ 16,900 บาท วันละ 5 เครื่อง เป็นเวลา 61 วัน รวมเอเซอร์แจกทั้งหมด 305 เครื่อง มีมูลค่ารวมถึง 5 ล้านบาท เพียงลูกค้าลงทะเบียนเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการได้ที่ www.acer.co.th/register ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2553 โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ทุกวันที่ http://www.facebook.com/AcerThailand" นายนิธิพัทธ์ กล่าว

 

นายนิธิพัทธ์ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาเอเซอร์ได้ร่วมมือกับกรุงเทพประกันภัยในการคุ้มครองเครื่องโน๊ตบุ๊กที่ลูกค้าซื้อภายใต้แบรนด์ เอเซอร์ อีแมชชีน และเกตเวย์ โดยมอบประกันภัยตัวเครื่องระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี จากการสูญหาย และอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับความคุ้มครองอย่างครอบคลุม ซึ่งเกิดจากภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์  เอเซอร์ และกรุงเทพประกันภัยจึงได้ร่วมมือกันเพื่อมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าโดยมอบความคุ้มครองเพิ่มเติมกรณีที่โน้ตบุ๊กถูกทำลาย ทั้งจากเหตุจลาจล เหตุก่อการร้าย หรือภัยทางการเมือง ซึ่งเชื่อว่าความคุ้มครองดังกล่าวนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นอีกหนึ่งของการตอบแทนความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่ซื้อโน้ตบุ๊กจากเอเซอร์  

 
นายบุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่เรานำมาจัดโปรโมชั่นนั้นเป็นราคาที่พิเศษมาก เริ่มตั้งแต่เน็ตบุ๊ก Aspire one 532h หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ราคาเริ่มต้นเพียง 8,990 บาท และโน้ตบุ๊ก eMachines D725-441G32Mi Intel Pentium หน้าจอ HD LED ขนาด 14 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 12,900 บาท รวมทั้งโน้ตบุ๊ก Aspire 4740G-524G64Bn ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Blu-ray Disc™ และหน่วยประมวลผลล่าสุดตระกูล Core i5 กับหน้าจอ 14" Acer CineCrystal HD LED (1366 x 768 pixel) ในราคาสุดพิเศษเพียง 26,900 บาท จากราคาเดิม 35,900 บาท นอกจากนี้ยังมอบความคุ้มค้าให้กับผู้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีดีไซน์กับเครื่อง ออล อิน วัน เดส์กท๊อป Gateway ZX4951-001t หน่วยประมวลผลล่าสุดตระกูล Core i3 หน้าจอระบบสัมผัส 21.5" Full HD 1920 x 1080 pixel  จากราคาปกติ 39,900 บาท ลดเหลือเพียง 29,900 บาท พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อโน้ตบุ๊กทุกรุ่นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2553 เป็นต้นไป รับฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุ โจรกรรม โดยเพิ่มเงื่อนไขความคุ้มครอง ภัยจากก่อการร้าย การจลาจล และภัยทางการเมือง จากกรุงเทพประกันภัย เป็นเวลา 1 ปีเต็ม มูลค่า 3,500 บาท ทั้งนี้ ลูกค้าเอเซอร์จะพบกับผลิตภัณฑ์ในราคาสุดคุ้มในงาน Acer Grand Sale งานนี้งานเดียวเท่านั้น
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2685 4311 หรือติดต่อสอบถามด้านเทคนิคที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2685 4355 หรือคลิกไปที่ www.acer.co.th
 
ข้อมูลเกี่ยวกับเอเซอร์

นับแต่ก่อตั้งเมื่อปีพ.. 2519 เอเซอร์มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดระหว่างคนและเทคโนโลยี ด้วยการเอาใจใส่กับการทำตลาดผลิตภัณฑ์ไอทีภายใต้แบรนด์เอเซอร์ในทุกประเทศ  ปัจจุบันเอเซอร์เป็นผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์เป็นอันดับสองในระดับโลกทั้งในตลาดพีซีและโน้ตบุ๊ก ด้วยรูปแบบการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางการจำหน่ายที่มีผลกำไรและยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเอเซอร์  ในขณะเดียวกันความสำเร็จของการควบรวมกิจการกับเกตเวย์และแพคการ์ด เบลล์ทำให้บริษัทสามารถเป็นบริษัทระดับโลก เอเซอร์มุ่งมั่นที่จะออกแบบและสร้างซัพพลายเชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่าย และเอเซอร์ภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการแข่งขันโอลิมปิคฤดูหนาว 2010 ที่แวนคูเวอร์ และการแข่งขันโอลิมปิค เกมส์ 2012 ณ กรุงลอนดอน เอเซอร์ กรุ๊ป มีพนักงาน 7,000 คนทั่วโลก และมีรายได้ในงบประมาณปี 2009 อยู่ที่ 17.9 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.acer-group.com

 

ผลิตภัณฑ์เอเซอร์ เริ่มเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ในปี .. 2527 โดยบริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นในปี .. 2536 ปัจจุบันบริษัทฯ เติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย เคยเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ และได้รับรางวัล Outstanding Brand Performance จาก The Reader's Digest ถึง 8 ปี เอเซอร์ ยังได้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดโน้ตบุ๊คอันดับ 1  กว่า 13 ไตรมาสติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี ...2546 ปัจจุบัน) รายละเอียดโปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.acer.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

คาราวานสนุก! ฟุตบอลโลก ฟีเวอร์ (Sanook Caravan World Cup)

 

คาราวานสนุก! ฟุตบอลโลก ฟีเวอร์

 

นายกษมาช นีรปัทมะ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด เว็บไซต์สนุกดอทคอม ร่วมกับ 5 พันธมิตร โซนี่ ไทยเบฟฯ โนเกีย ยามาฮ่า การ์นิเย่ ยกทัพขบวนคาราวาน สนุก! ฟุตบอล ฟีเวอร์ 2010 เอาใจคอบอลโลก ร่วมลุ้น 32 ทีมดังที่กำลังจะฟาดแข้งระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-11 ก.ค. 2010 นี้ กับกิจกรรมทายผลฟุตบอลบนออนไลน์ "สนุกทุกแมตช์ แจกทุกวัน" รับรางวัลมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท เริ่มสนุก! ได้ที่ www.sanook.com/football2010

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

'Norton Everywhere' เสริมสร้างความปลอดภัยบนทุกอุปกรณ์นอร์ตันผสานรวมเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์พกพา



นายทีปพัฒน์  พรหมวงศ์

ความสำเร็จเกิดขึ้นได้เพราะความเพียร มนุษย์พัฒนาไปในทางที่ตนเองเชื่อ

http://www.in-udomwithaya.com

www.meaployfood.com

www.siamright.com

www.siamwakeup.com

0806652061




 

Date: Mon, 7 Jun 2010 14:39:59 +0700
Subject: ข่าวประชาสัมพันธ์: แนวคิด 'Norton Everywhere' เสริมสร้างความปลอดภัยบนทุกอุปกรณ์นอร์ตันผสานรวมเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์พกพา
From: sumalee04@gmail.com

แนวคิด 'Norton Everywhere' เสริมสร้างความปลอดภัยบนทุกอุปกรณ์

 

นอร์ตันผสานรวมเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์พกพา, DNS และอุปกรณ์อัจฉริยะ
เพื่อปกป้องและสนับสนุนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

 

กรุงเทพฯ – 7 มิถุนายน 2553ไซแมนเทค (Symantec) (Nasdaq: SYMC) เปิดตัว Norton Everywhere ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่แบ่งเป็น 3 ส่วนสำหรับการยกระดับผลิตภัณฑ์นอร์ตัน (Norton) ให้ครอบคลุมขอบเขตกว้างขวางกว่าพีซี และขยายขอบเขตความน่าเชื่อถือไปสู่อุปกรณ์ใหม่ๆ รวมถึงแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้บริโภค  โครงการริเริ่มนี้ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยของระบบไร้สายและเว็บสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ และบริการบนอุปกรณ์อัจฉริยะ  ไซแมนเทคผสานรวมเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัย การแบ็คอัพข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน ร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตร เพื่อนำเสนอบริการของนอร์ตันให้แก่ผู้บริโภคในรูปแบบที่แปลกใหม่  โครงการริเริ่มนี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถไว้วางใจในการปกป้องของนอร์ตันได้ทุกที่  ด้วยการใช้งานอุปกรณ์ และระบบดิจิตอลที่หลากหลาย  บริการดังกล่าวจะส่งมอบแก่ผู้บริโภคโดยตรง หรือผ่านทางบริการใหม่ระหว่างองค์กรต่อองค์กร (business-to-business)

 

ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในวันนี้และในหลายสัปดาห์นับจากนี้ประกอบด้วย Norton Smartphone Security for Android Beta, Norton Connect Beta และ Norton DNS Beta ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้สาธิตเทคโนโลยีเหล่านี้และผลิตภัณฑ์ต้นแบบอื่นๆ ในระหว่างการประชุมประจำปีสำหรับนักลงทุน ซึ่งจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก

 

"เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่อุปกรณ์ที่ไม่ใช่พีซีมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสที่เปิดกว้างมากขึ้นของอาชญากรบนโลกไซเบอร์  นับเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริโภคจะต้องได้รับการปกป้องในอุปกรณ์ส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากพีซี" แจนิซ แชฟฟิน ประธานฝ่ายธุรกิจคอนซูเมอร์ของไซแมนเทค กล่าว"โครงการ Norton Everywhere แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนอร์ตันในการนำเสนอความน่าเชื่อถือและคุณประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค และตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด  ทรัพยากรที่หลากหลายของไซแมนเทค รวมถึงความร่วมมือ ขอบเขตความครอบคลุมทั่วโลก และชื่อเสียงของแบรนด์ ช่วยให้ไซแมนเทคมีความพร้อมในการนำเสนอระบบรักษาความปลอดภัยและบริการอื่นๆ สำหรับทุกอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วโลก"

Norton Mobile

ด้วยฟีเจอร์และแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตอย่างรวดเร็ว และที่จริงแล้ว คาดว่ายอดขายสมาร์ทโฟนจะแซงหน้ายอดขายเดสก์ท็อปพีซีภายในสิ้นปี 2554[1]  ทั้งนี้ Norton Mobile จะแก้ไขปัญหาทั่วไปที่พบในสมาร์ทโฟนปัจจุบัน เช่น อุปกรณ์สูญหาย และการปกป้องข้อมูล Norton Mobile จะรองรับตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ ด้วยการนำเสนอบริการรักษาความปลอดภัยและบริการอื่นๆ สำหรับแพลตฟอร์มแบบพกพา

 

การนำเสนอเทคโนโลยีบน Norton Mobile

·        Norton Smartphone Security Beta for Android จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนมิถุนายน 2553 โดยแอพพลิเคชั่นแบบพกพารุ่นใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถล็อคอุปกรณ์ที่สูญหายด้วยการส่งข้อความคำสั่งไปยังอุปกรณ์ดังกล่าว  นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากการป้องกันมัลแวร์ของนอร์ตัน และปิดกั้นผู้โทรเข้าที่ไม่ต้องการ

·        ตอนนี้ ไซแมนเทคได้เข้าร่วมโครงการความร่วมมือของ HTC MobilityNow ซึ่งเป็นส่วนธุรกิจหนึ่งของ HTC Corporation หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์พกพาที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก  ไซแมนเทคและ HTC MobilityNow กำลังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาและทดสอบซอฟต์แวร์บนแพลตฟอร์ม Android และ Windows Mobile

·        นอกจากนี้ จะมีการเปิดตัว Norton Connect Beta ในช่วงเดือนมิถุนายนเช่นกัน โดย Norton Connect Beta เป็นโมบายล์แอพพลิเคชั่นที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรี สามารถเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ที่จัดเก็บระยะยาวผ่านทาง Norton Online Backup หรือ Norton 360 จาก iPhone, iPad หรืออุปกรณ์ Android ของคุณ  Norton Connect จะทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทุกไฟล์ได้ทุกที่ทุกเวลา  ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Norton Connect Beta ได้จาก Android Market หรือ iPhone App Store

·        ปลายทางใหม่สำหรับอุปกรณ์พกพา m.norton.com พร้อมใช้งานแล้ววันนี้สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์พกพาทุกคนที่เข้าถึงข่าว วิดีโอ และดาวน์โหลดล่าสุดจากนอร์ตัน  ไซต์ใหม่นี้เป็นภาษาอังกฤษ และจะมีภาษาเยอรมันและญี่ปุ่นให้เลือกในเดือนมิถุนายน

 

Norton DNS

Norton DNS Beta ทำงานบนพื้นฐาน Domain Name System ซึ่งทำหน้าที่เบื้องหลังเหมือนกับแผงสวิตช์ที่บนอินเทอร์เน็ต โดยได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อจัดหาประสบการณ์อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยกว่า มีเสถียรภาพมากกว่า และรวดเร็วกว่า ด้วยการนำเสนอบริการปกป้องขั้นพื้นฐานที่หลากหลาย เช่น การป้องกันฟิชชิ่ง การป้องกันมัลแวร์ และการป้องกันสปายแวร์ ผ่านทางระบบการกรองเว็บที่ได้รับการรับรองจากนอร์ตัน  เช่นเดียวกับการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยของ     นอร์ตันเข้ากับการสแกนไฟล์ที่มายังระบบ ด้วย Norton DNS ทุกครั้งที่ผู้ใช้ไปยัง URL หนึ่งๆ ก็จะมีการตรวจสอบ URL นั้น  ด้วยการใช้เทคโนโลยี DNS นอร์ตันจึงสามารถนำเสนอระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่งสำหรับทั้งพีซีและอุปกรณ์พกพา

การนำเสนอเทคโนโลยีบน Norton DNS

·        Norton DNS Beta จะพร้อมใช้งานฟรีตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยผู้ใช้ทุกคนภายในบ้านจะสามารถเข้าถึงเว็บได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า DNS สำหรับเราเตอร์ภายในบ้าน หรือติดตั้งแอพพลิเคชั่นขนาดเล็ก (เริ่มเผยแพร่ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ www.nortondns.com) ซึ่งจะทำหน้าที่กำหนดค่า Norton DNS โดยอัตโนมัติ

·        นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายนเช่นกัน ผู้ใช้ Android จะสามารถเข้าใช้ Norton DNS Beta เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกรวดเร็วในการท่องเว็บผ่านระบบ wi-fi ด้วยการใช้โมบายล์แอพพลิเคชั่นขนาดเล็กที่ติดตั้งได้ง่ายจาก Android Market

 

Norton for Smart Devices

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดไอดีซี ระบุว่า ปัจจุบัน มีอุปกรณ์กว่า 10,000 ล้านเครื่องที่ไม่ใช่พีซี ซึ่งเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และคาดว่าจำนวนอุปกรณ์ดังกล่าวจะเพิ่มเป็นเกือบ 20,000 ล้านเครื่องภายในปี 2557[2]  และโดยส่วนมากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเหล่านี้ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ภายในอุปกรณ์  ซอฟต์แวร์ Norton for Smart Devices นำระบบรักษาความปลอดภัยของไซแมนเทค พร้อมด้วยบริการอื่นๆ ไปสู่อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เช่น เครื่องเล่นบลูเรย์ โทรทัศน์และอุปกรณ์สตรีมสื่อ สมาร์ทโฟน ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน กล้องดิจิตอล กรอบรูปดิจิตอล และอื่นๆ อีกมากมาย

 

การนำเสนอเทคโนโลยีบน Norton for Smart Devices

·        ไซแมนเทคประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Mocana Corporation โดยไซแมนเทคดำเนินการลงทุนซีรี่ส์ C ครั้งล่าสุดสำหรับ Mocana  ความร่วมมือครั้งแรกภายใต้ Norton for Smart Devices นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดหาโซลูชั่นแบบครบวงจรให้แก่ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ต้องการนำเสนออุปกรณ์ใหม่สู่ตลาดอย่างรวดเร็ว  นอกจากนั้น โซลูชั่นของเราจะช่วยให้ผู้ผลิต:
o       อัพเดตเฟิร์มแวร์ ระบบปฏิบัติการ และแอพพลิเคชั่นของอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัยและชาญฉลาด

o       สนับสนุนอุปกรณ์ในแบบระยะไกล เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนอุปกรณ์

o       รองรับการจัดเก็บข้อมูลออนไลน์อย่างปลอดภัยและแข็งแกร่ง เพื่อปกป้องการกำหนดค่า ข้อมูลแอพพลิเคชั่น และข้อมูลผู้ใช้

 

ทางบริษัท นอร์ตัน จะมีการอัพเดทให้ทราบเมื่อผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือนี้เริ่มวางจำหน่าย

###

 

เกี่ยวกับ นอร์ตัน จากไซแมนเทค

ผลิตภัณฑ์ นอร์ตัน (Norton) ของไซแมนเทค (Symantec)  ปกป้องผู้บริโภคจากภัยคุกคามทั่วไป ด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัส, ป้องกันสแปม, ป้องกันสปายแวร์ และ ป้องกันฟิชชิ่ง รวมถึงบ็อต การดาวน์โหลดมัลแวร์โดยอัตโนมัติ และการแอบอ้าง โดยใช้ทรัพยากรระบบเพียงเล็กน้อย  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดหาบริการต่างๆ เช่น การสำรองข้อมูลออนไลน์ และการปรับแต่งพีซี และนำเสนอแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับความปลอดภัยออนไลน์ของครอบครัว ติดตามเฟสบุ๊คของนอร์ตันได้ที่ www.facebook.com/norton และสามารถติดตามทวิสเตอร์ได้ที่ @NortonOnline

 

เกี่ยวกับไซแมนเทค

ไซแมนเทค (Symantec) เป็นผู้นำระดับโลกในการจัดหาโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัย การจัดเก็บข้อมูล และการจัดการระบบ เพื่อช่วยคุ้มครองผู้บริโภคและองค์กรให้ปลอดภัย และบริหารจัดการโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซอฟต์แวร์และบริการของเราป้องกันความเสี่ยงตามจุดต่างๆ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นสูงสุด ไม่ว่าข้อมูลจะถูกใช้งานหรือจัดเก็บไว้ที่ใดก็ตาม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.symantec.com

วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553

รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า ใช้ซอฟต์แวร์พีเพิลซอฟต์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จากออราเคิล บริหารรีสอร์ทอย่างครบวงจร

รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า ใช้ซอฟต์แวร์พีเพิลซอฟต์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จากออราเคิล บริหารรีสอร์ท อย่างครบวงจร

เทคโนโลยีของออราเคิลรองรับการรับสมัครพนักงานใหม่ 10,000 คนสำหรับการเปิดรีสอร์ทสุดหรู

 

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 04 มิถุนายน 2553

ข้อเท็จจริง
·        รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า (Resorts World Sentosa - RWS) ซึ่งเป็นรีสอร์ทแบบครบวงจรแห่งแรกของสิงคโปร์ ได้ติดตั้งชุดซอฟต์แวร์ PeopleSoft Enterprise ของออราเคิล สำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Capital Management - HCM) การบริหารระบบการเงิน และการจัดการความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์
·        แอพพลิเคชั่นจากออราเคิลช่วยให้รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่าสามารถบริหารจัดการรีสอร์ททั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรับสมัครพนักงานใหม่ การจัดการซัพพลายเออร์ และการบันทึกธุรกรรม
·        แอพพลิเคชั่นแบบครบวงจรของ PeopleSoft ช่วยเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการรีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า และการสนับสนุนส่วนธุรกิจต่างๆ เช่น ค้าปลีก ห้องพักโรงแรม อาหารและเครื่องดื่ม คาสิโน และการบำรุงรักษาสินทรัพย์  นอกจากนี้รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่ายังสามารถปรับใช้โครงสร้างการบัญชีมาตรฐานสำหรับทุกส่วนธุรกิจ และปฏิบัติตามแนวทางการรายงานด้านการเงิน
·        PeopleSoft Enterprise ช่วยปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการได้อย่างมากสำหรับการรับสมัครพนักงานกว่า 10,000 คนในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้ทันกับกำหนดการเปิดตัวเบื้องต้นของรีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า
·        ในฐานะผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมนี้ ทางโครงการจึงต้องพัฒนากระบวนการและแนวทางการดำเนินงานตามมาตรฐานทั้งหมดโดยเริ่มจากศูนย์ โดยทางทีมงานได้ออกแบบโครงสร้างการบัญชีเพื่อตรวจสอบติดตามและรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานของรีสอร์ทในลักษณะครบวงจร ช่วยปรับปรุงขีดความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลสำคัญๆ ทางด้านธุรกิจ
·        ฝ่ายบริการให้คำปรึกษาของออราเคิล เป็นผู้ดำเนินโครงการนี้แต่เพียงผู้เดียว โดยทางรีสอร์ทมอบหมายให้ออราเคิลเข้าดำเนินการติดตั้งระบบตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 และเพียงแค่ 6 เดือนของการพัฒนา ระบบหลักสำหรับ HCM และการบริหารการเงินในระยะแรกของโครงการก็พร้อมใช้งาน ส่งผลให้การเปิดตัวรีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553 เป็นไปอย่างราบรื่น
·        PeopleSoft Enterprise จัดหาแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและปรับขนาดได้อย่างเหมาะสมเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการเพิ่มบุคลากรในอนาคตสำหรับรีสอร์ทแห่งนี้
 
คำกล่าวสนับสนุน
·        "ด้วย PeopleSoft Enterprise ของออราเคิล ตอนนี้เราจึงสามารถปรับใช้และติดตั้งชุดแอพพลิเคชั่นด้านการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างครบถ้วน เพื่อบริหารจัดการและสนับสนุนการดำเนินงานส่วนแบ็คออฟฟิศได้อย่างมีประสิทธิภาพ" แยป ชี ยุน รองประธานอาวุโสและซีไอโอของรีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า กล่าว "เราทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายบริการให้คำปรึกษาของออราเคิล และดังนั้นเราจึงสามารถผนวกรวมระบบธุรกรรมส่วนหน้าเข้ากับระบบการดำเนินงานได้อย่างกลมกลืน โดยครอบคลุมทุกพื้นที่ของรีสอร์ท เพื่อรองรับการเปิดตัวรีสอร์ทแบบครบวงจร"
·        "ฝ่ายบริการให้คำปรึกษาของออราเคิลรู้สึกยินดีที่ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรในการพัฒนาระบบเพื่อรองรับการดำเนินงานของรีสอร์ท เวิลด์ ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว" เคซีย์ พูน รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กลุ่มธุรกิจบริการให้คำปรึกษาของออราเคิล
·        "ขอแสดงความยินดีกับรีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า สำหรับการเปิดตัวโครงการ  เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางโครงการไว้วางใจเลือกใช้โซลูชั่น ERP จากออราเคิลเพื่อรองรับการบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดการด้านการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และกระบวนการธุรกิจ" เต็ก วี ลิม ผู้จัดการฝ่ายแอพพลิเคชั่นประจำประเทศสิงคโปร์ของออราเคิล กล่าว "โครงการพัฒนารีสอร์ทแห่งนี้มีกำหนดการที่เร่งรัด และเรารู้สึกภาคภูมิใจที่แอพพลิเคชั่น PeopleSoft Enterprise ช่วยให้ทางรีสอร์ทสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ เพราะต้องมีการพัฒนาระบบงานมาตรฐานทั้งหมดตั้งแต่แรกเริ่ม"
 
ทรัพยากรสนับสนุน
·        PeopleSoft Enterprise จากออราเคิล
·        PeopleSoft Enterprise Human Capital Managemen จากออราเคิล
·        PeopleSoft Enterprise Financial Managemen จากออราเคิล
 

เกี่ยวกับรีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า

รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า (Resorts World Sentosa) หนึ่งในรีสอร์ทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 6,590 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ถูกสร้างขึ้นโดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น  ในเบื้องต้น รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า ได้เปิดโรงแรม 4 แห่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553 รวมถึงศูนย์ชอปปิ้งและร้านอาหาร FestiveWalk เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2553 และคาสิโนแห่งแรกของสิงคโปร์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 พร้อมด้วยศูนย์ประชุมรีสอร์ท เวิลด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยห้อง Compass Ballroom รวมถึงห้องฟังก์ชั่นรูม 26 ห้อง และห้องเธียเตอร์ Festive Grand ซึ่งมีทั้งหมด 1,600 ที่นั่ง และนอกจากนี้ยังมี Universal Studios Singapore ซึ่งเป็นยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2553 พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เช่น ที่จอดรถ 3,500 คัน ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก แหล่งความบันเทิง สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึง Lake of Dreams ของเจเรมี่ เรลตัน นักออกแบบชื่อดังของฮอลลีวูดซึ่งได้รับรางวัลเอ็มมี่ อะวอร์ด ในโครงการพัฒนาระยะที่สอง รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า จะเปิด Marine Life Park ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมด้วยพิพิธภัณฑ์ทางทะเล Maritime Xperiential Museum สปาสุดหรู และโรงแรมที่เหลืออีก 2 แห่ง ซึ่งมีห้องพักทั้งหมด 500 ห้อง

เกี่ยวกับออราเคิล

ออราเคิล (NASDAQ: ORCL) เป็นบริษัทที่นำเสนอระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทางด้านธุรกิจแบบครบวงจรบนมาตรฐานเปิดที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดในโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออราเคิลมีอยู่ที่ oracle.com

 

 

 

เครื่องหมายการค้า

ออราเคิลและจาวาเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของออราเคิลและ/หรือบริษัทในเครือ ชื่ออื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้เป็นเจ้าของ


วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สนุก!ส่งน้ำใจผ่านออนไลน์ ช่วยผู้ประสบภัยจากสถานการณ์การเมืองไม่สงบ


สนุก!  ส่งน้ำใจผ่านออนไลน์ ช่วยผู้ประสบภัยจากสถานการณ์การเมืองไม่สงบ เปิดพื้นที่ขายสินค้าออนไลน์บนเว็บ Shopping.co.th พร้อมเปิดบริการรับสมัครงานผ่าน JobStreet.com

 

กรุงเทพฯ - 3 มิถุนายน 2553 สนุกดอทคอม เปิดตัวโครงการ "Walking Together" ภายใต้แนวคิด "สนุก! จับมือฝ่าวิกฤต ร่วมคิด ร่วมสร้าง ก้าวไปด้วยกัน" เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จลาจลกลางกรุง หวังเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการค้าใหม่ให้กับผู้ค้ารายย่อย

 

นายต่อบุญ พ่วงมหา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เว็บไซต์สนุกดอทคอม เปิดเผยว่า สนุก! ต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีช่องทางสำหรับการจัดจำหน่ายสินค้ารูปแบบใหม่ โดยได้เปิดพื้นที่บนเว็บไซต์ Shopping.co.th ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสนุกดอทคอมและอีเบย์ดอทคอม ซึ่งมีฐานลูกค้าและมีศักยภาพในการประชาสัมพันธ์ที่กว้างขวาง ให้กับผู้ประกอบการร้านค้ารายต่างๆ สามารถนำสินค้าของท่านมาลงประกาศขายในเว็บไซต์ Shopping.co.th โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2553   

 

โดยทั้งนี้ทางสนุก!  จะช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าของผู้เข้าร่วมโครงการผ่านบนหน้าเว็บไซต์ Shopping.co.th และจัดอบรมพิเศษให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อ-ขายบนโลกออนไลน์ การทำการตลาดออนไลน์ รวมถึงขั้นตอนการขายสินค้าบนเว็บไซต์ Shopping.co.th อย่างละเอียด พร้อมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าให้โดดเด่นเป็นพิเศษเพื่อให้ทราบว่าเป็นสินค้าของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

 

อีกทั้งสนุก! ยังเปิดพื้นที่ในส่วนสนุก! คลาสสิฟายด์ ให้กับผู้ประกอบการลงประกาศโฆษณาร้านค้าในตำแหน่งพิเศษใน Classified.sanook.com พร้อมจัดทำหน้าประกาศและชิ้นงานโฆษณาให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นเวลา 3 เดือน โดยสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ 31 สิงหาคม 2553  

 

นอกจากนี้สนุก! ได้ร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทจัดหางานออนไลน์ระดับโลก JobStreet.com ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วทวีปเอเชีย เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องการหางาน สามารถใช้ช่องทางหางานใหม่ได้โดยเปิดอบรมการสมัครงานและหางานออนไลน์ฟรี (Resume & Career Clinic Training) ให้แก่ผู้ที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเทคนิคต่างๆ ในการสมัครงานและสัมภาษณ์งานอย่างมืออาชีพ รวมทั้งมีระบบติดตามผลให้กับผู้สมัครงานด้วย

 

"สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถแสดงความจำนง ลงทะเบียนเข้ารับการอบรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ www.sanook.com/walkingtogether/ ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2553" นายต่อบุญ พ่วงมหา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เว็บไซต์สนุกดอทคอม กล่าวเสริม

 

ทั้งนี้หากสนใจเข้าร่วมโครงการและติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2955-0099 ต่อ 1002 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-17.30 น หรือเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.sanook.com/walkingtogether/

เกี่ยวกับสนุก ออนไลน์

บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ สนุกดอทคอม ก่อตั้งเมื่อปี พ.. 2541 ในฐานะบริษัทในเครือของ MIH Group โดยมีผู้ถือหุ้นทั้งหมดคือ บริษัท แนสเปอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำกิจการด้านสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอยู่ใน 50 ประเทศทั่วโลก

 

สนุกดอทคอม ให้บริการต่างๆ มากมายสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและกลุ่มลูกค้าองค์กร คือ สนุก! ค้นหา (Search), สนุก! ตลาดซื้อขายออนไลน์ (Market Place), สนุก! สารพันบันเทิง (Infotainment), สนุก! เพื่อนออนไลน์ (Community), บริการด้านมือถือ (Mobile Download) และ บริการโฆษณาออนไลน์ (Online Advertising)

ซิสโก้จับมือกสิกรไทยพลิกโฉมการสื่อสารกับลูกค้า ติดตั้งระบบสื่อดิจิตอลครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ เครือข่ายใหญ่สุดในเอเชีย


ซิสโก้จับมือกสิกรไทยพลิกโฉมการสื่อสารกับลูกค้า

ติดตั้งระบบสื่อดิจิตอลครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ เครือข่ายใหญ่สุดในเอเชีย

 

กรุงเทพ ฯ 1 มิถุนายน 2553 ธนาคารกสิกรไทย (KBank) เลือกระบบสื่อดิจิตอล (Digital Media Signage -DMS) จากซิสโก้ ซีสเต็มส์ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการขายของรีเทลแบงค์กิ้งที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ภายใต้โครงการสมาร์ท มีเดีย เพื่อติดตั้งตามสาขาธนาคารทั่วประเทศกว่า 800 แห่ง ทั้งนี้เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า อีกทั้งประหยัดค่าใช้จ่าย มั่นใจระบบจะช่วยเพิ่มยอดขายประมาณ 10%  

 

นายวีรวัฒน์  ปัญฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ธนาคารต้องออกบริการใหม่และจัดรายการส่งเสริมการขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องมีสื่อในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงลูกค้า ณ สาขาได้อย่างตรงกลุ่มและรวดเร็ว ดังนั้น ธนาคารกสิกรไทย จึงได้พัฒนาโครงการสมาร์ท มีเดีย (SMART Media) เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าที่สาขาของธนาคารทั่วประเทศ

 

ขณะนี้ธนาคารได้ติดตั้งสมาร์ท มีเดียในสาขาของธนาคารไปแล้ว 300 สาขา ซึ่งพบว่า ช่วยสร้างโอกาสให้พนักงานสามารถขายผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของธนาคารและบริษัทในเครือให้แก่ลูกค้า ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้นถึง 8-10% เมื่อเทียบกับสาขาที่ยังไม่มีการติดตั้งระบบ ดังนั้นธนาคารจึงมีโครงการจะขยายการติดตั้งสมาร์ทมีเดียภายในต้นปีหน้า คอบคลุมทุกสาขาทั่วปะเทศ โดยใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ธนาคารกสิกรไทย มีเครือข่ายสมาร์ท มีเดีย ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

 

ดร.ธัชพล  โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ธนาคารกสิกรไทย ไว้วางใจให้ เลือกเทคโนโนโลยีระบบสื่อดิจิตอล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการสื่อข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการภายในสาขา รวมทั้งประยุกต์ใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้บริหารกับพนักงานของธนาคาร (Executive Communication)  อีกด้วย เพื่อปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสังคมดิจิตอล ที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้ในเวลาอันรวดเร็วเท่าทันความต้องการ

 

"วิสัยทัศน์ของกสิกรในการนำเทคโนโลมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการดำเนินธุรกิจ และการให้บริการลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถมีประสบการณ์ที่ดีกับการบริการของธนาคาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของซิสโก้ ในการทำให้เทคโนโลยีระบบเครือข่ายกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตของทุกคน (The Network Is the Platform for Life's Experiences) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการสมาร์ท มีเดียของธนาคารที่มองว่าสาขาถือเป็นช่องทางในการทำให้ธนาคารสามารถขายผลิตภัณฑ์และบริการให้กับลูกค้าได้ และซิสโก้มีเทคโนโลยีที่ดีระดับโลก อย่างระบบสื่อดิจิตอล ในการรองรับความต้องการของของธนาคารในโครงการนี้ได้ "ดร.ธัชพล กล่าว

 

ดร.ธัชพล กล่าวเพิ่มเติมว่า "ระบบสื่อดิจิตอลเป็นการบริหารคอนเทนต์แบบรวมศูนย์ โดยคอนเทนต์ทั้งหมดจะได้รับการผลิตและควบคุมจากศูนย์กลาง ซึ่งเมื่อสร้างคอนเทนต์แล้วเสร็จก็จะสามารถกระจายคอนเทนต์ไปเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ตามสาขาต่างๆ ในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องรบกวนแบนด์วิดธ์ในเวลาทำการ เวลาธนาคารเปิดทำการตอนเช้าก็สามารถนำคอนเทนต์ออกมาแสดงได้ทันที และช่วยให้ธนาคารลดปริมาณการพิมพ์โปสเตอร์ และแผ่นพับให้เหลือน้อยลง เพราะเคยมีการสำรวจแล้วพบว่าแผ่นพับ 100 ใบจะถึงมือลูกค้าจริงๆ ประมาณ 1 ใบเท่านั้น ดังนั้น การลงทุนดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องมากนัก ระบบสื่อดิจิตอลจึงเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อระบบเสร็จสมบูรณ์แล้ว ธนาคารก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แผ่นพับและโปสเตอร์อีกต่อไป พร้อมทั้งยังสามารถอัพเดทข้อมูลการให้บริการ บริการใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา