วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เอเซอร์ รับกระแส สตอเรจเดือด เปิดตัว AS2040 เพิ่มความคุ้มค่า เจาะตลาดขนาดกลาง

 

เอเซอร์ รับกระแส สตอเรจเดือด

เปิดตัว AS2040 เพิ่มความคุ้มค่า เจาะตลาดขนาดกลาง

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นสตอเรจรุกตลาดกลุ่มองค์กรขนาดกลาง รับกระแสตลาดสตอเรจที่กำลังร้อนแรง ด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์ "AS" ชูจุดเด่นด้วยการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่คำนึงเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุน โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นเอเซอร์ - ฮิตาชิ AS2040 หนึ่งในหัวหอกการทำตลาด ที่สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจด้วยความจุสูงสุดถึง 120 เทราไบต์ สนับสนุนการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ได้ถึง 512 เครื่อง ผ่านระบบพอร์ตเสมือน ผนวกจุดเด่นด้านประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นเหนือระดับ ให้ความน่าเชื่อถือในด้านการเข้าถึงและคงอยู่ของข้อมูลถึง 99.999 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่มีผลิตภัณฑ์ในระดับเดียวกันสามารถทำได้ ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษในช่วงเปิดตัวเพียง 350,000 บาท (ไม่รวม Vat 7%) โดยสามารถเลือกการเชื่อมต่อได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการไม่ว่าจะเป็น FC หรือ iSCSI สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอเซอร์ทั่วประเทศ หรือที่เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2685 4311 หรือคลิกไปที่ www.acer.co.th

 


 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  :                                                                                      ข่าวประชาสัมพันธ์โดย:

คุณภัทรา กิจดำรงวินิจกุล                                                                          บริษัท พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง จำกัด

Media & Strategic Marketing                                                                                            จิตาตินันท์ สิงห์คศิริ

Marketing Division                                                                                                          ดุษฎี เย็นสุดใจ

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด                                                       โทรศัพท์: 02-971-3711 โทรสาร: 02-521-9030

โทรศัพท์ :  02-661-9700 โทรสาร:  02-661-9721                                  อีเมล์: jitatinun@pc-a.co.th / dudsadee@pc-a.co.th

อีเมล์ : pattra_k@acer.co.th

Oracle? Database 11g สร้างสถิติโลกผลการทดสอบประสิทธิภาพ



Oracle, The World's Largest Enterprise Software Company Press Release

 
Oracle® Database 11g สร้างสถิติโลกผลการทดสอบประสิทธิภาพ TPC-H Three Terabyte บนเซิร์ฟเวอร์ Sun SPARC Enterprise M9000 ออราเคิลโชว์ประสิทธิภาพที่โดดเด่นของระบบคลังข้อมูลด้วยระดับราคา/ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
 
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 27 พฤษภาคม 2553
ข้อเท็จจริง

·        ออราเคิลเปิดเผยผลการทดสอบประสิทธิภาพ TPC-H Three Terabyte (TB) ที่เป็นสถิติโลกบนระบบที่ไม่ใช่ระบบคลัสเตอร์ สำหรับ Oracle® Database 11g ที่รันบนเซิร์ฟเวอร์ Sun SPARC® Enterprise M9000 ของออราเคิล(1) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับขนาดที่เหนือกว่า รวมถึงการผนวกรวมฐานข้อมูล Oracle Database เข้ากับเซิร์ฟเวอร์ Sun SPARC ของออราเคิล

·        ผลการทดสอบนี้นับเป็นการสร้างสถิติใหม่ที่เหนือกว่าผลการทดสอบ TPC-H 3 TB ของไอบีเอ็ม(2) ด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ พร้อมระดับราคา/ประสิทธิภาพที่ดีกว่า

·        เซิร์ฟเวอร์ Sun SPARC Enterprise M9000 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Sun SPARC Enterprise Server Family เป็นเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรแบบมัลติโปรเซสเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

·        Oracle Solaris เป็นระบบปฏิบัติการชั้นนำระดับองค์กร ให้เสถียรภาพและความปลอดภัยสูงสุด รองรับการปรับขนาดอย่างยืดหยุ่น

 
รายละเอียดผลการทดสอบประสิทธิภาพ

·        Oracle Database 11g ที่รันบนระบบปฏิบัติการ Oracle Solaris ซึ่งติดตั้งไว้บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ Sun SPARC Enterprise M9000 ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์แบบ 4 คอร์ SPARC64(TM) VII+ 2.8 GHz จำนวน 32 ตัว รวมทั้งหมด 128 คอร์ ทำลายสถิติโลกสำหรับผลการทดสอบประสิทธิภาพ TPC-H 3 TB บนระบบที่ไม่ใช่ระบบคลัสเตอร์ โดยประมวลผลได้สูงถึง 188,229.9 QphH@3000GB ด้วยระดับราคา 20.19 ดอลลาร์/QphH@3000GB

·        TPC-H เป็นการทดสอบประสิทธิภาพด้านการสนับสนุนการตัดสินใจ โดยประกอบด้วยชุดคิวรี่ (Query) ที่มุ่งเน้นธุรกิจและการแก้ไขข้อมูลพร้อมๆ กัน  ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพนี้เรียกว่า TPC-H Composite Query-per-Hour Performance Metric (QphH@Size) โดยสะท้อนหลากหลายแง่มุมของความสามารถของระบบในการประมวลผลคิวรี่  ข้อมูลเพิ่มเติมมีอยู่ที่ http://www.tpc.org

 
คำกล่าวสนับสนุน

·        "Oracle Database 11g แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านระบบคลังข้อมูล (Data Warehousing) ด้วยการนำเสนอผลการทดสอบประสิทธิภาพ TPC-H ที่ทำลายสถิติสำหรับปัจจัยขนาดใหญ่ทั้งหมด" ฮวน โลเอซา รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีระบบของออราเคิล กล่าว "ผลการทดสอบประสิทธิภาพนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้งาน Oracle Database 11g ร่วมกับเซิร์ฟเวอร์ Sun SPARC Enterprise M9000 ของออราเคิล จะช่วยให้ลูกค้ามีแพลตฟอร์มประสิทธิภาพสูงที่แข็งแกร่งสำหรับแอพพลิเคชั่นคลังข้อมูล"

 
ทรัพยากรสนับสนุน
·         Oracle Database 11g
·        กลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กร Sun SPARC ของออราเคิล
·        Oracle Solaris
·        ผลการทดสอบประสิทธิภาพของออราเคิล
·         ดาวน์โหลด Oracle Database 11g ฟรี  เป็นไปตามข้อกำหนด เงื่อนไข และข้อจำกัด
 

เกี่ยวกับออราเคิล

ออราเคิล (NASDAQ: ORCL) เป็นบริษัทที่นำเสนอระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทางด้านธุรกิจแบบครบวงจรบนมาตรฐานเปิดที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดในโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออราเคิลมีอยู่ที่ oracle.com

 

เครื่องหมายการค้า

ออราเคิลและจาวาเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของออราเคิลและ/หรือบริษัทในเครือ ชื่ออื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้เป็นเจ้าของ

'อีเอ็มซี'เผยโฉมระบบขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน


 

'อีเอ็มซี'เผยโฉมระบบขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน

ด้วยระบบมัลติคอนโทรลเลอร์ ยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลแบ็คอัพภายในองค์กร สามารถเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลแบ็คอัพได้ถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนของค่ายอื่น

 

 กรุงเพทฯ– 27 พฤษภาคม 2553 อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น (NYSE:EMC) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ เปิดตัว EMC® Data Domain® Global Deduplication Array (GDA) ซึ่งเป็นระบบสตอเรจที่มีการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนแบบอินไลน์ (Inline Deduplication) และทำงานได้รวดเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับการแบ็คอัพข้อมูลภายในองค์กร

 

Global Deduplication Array รุ่นนี้ใช้ส่วนขยายมัลติคอนโทรลเลอร์ของสถาปัตยกรรมโดเมนข้อมูล (Data Domain) โดยรองรับการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนแบบอินไลน์และการกำหนดเนมสเปซ (Namespace) สำหรับข้อมูลทั้งหมดที่เก็บไว้ในระบบดูอัลคอนโทรลเลอร์  ด้วยอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุด 12.8 เทราไบต์ต่อชั่วโมง (TB/ชั่วโมง) จึงมีประสิทธิภาพการทำงานสูงในหลายๆด้าน เมื่อทดสอบระบบตามดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพในการแบ็คอัพข้อมูลในดาต้าเซ็นเตอร์  Global Deduplication Array รองรับการแบ็คอัพข้อมูลโลจิคอลสูงสุด 14.2 เพทาไบต์ (PB) ทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการผนวกรวมข้อมูลแบ็คอัพสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ โดยครอบคลุมเวิร์กโหลดที่หลากหลาย เช่น ฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาก, อิมเมจของ VMware® และข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง

 

สำหรับ Global Deduplication Array แบบอินไลน์แตกต่างจากระบบขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนแบบมัลติคอนโทรลเลอร์ส่วนใหญ่ โดยจะทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืนกับซอฟต์แวร์แบ็คอัพข้อมูล จึงให้สมรรถนะที่เหนือกว่าในการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน การกระจายภาระงานแบบไดนามิก และการใช้งานที่สะดวกง่ายดาย  Global Deduplication Array ทำหน้าที่กระจายส่วนต่างๆ ของกระบวนการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนไปยังแบ็คอัพเซิร์ฟเวอร์ เพื่อลดภาระงานของเครือข่ายและเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลของคอนโทรลเลอร์ GDA โดยอัตราการรับส่งข้อมูลแบ็คอัพต่อคอนโทรลเลอร์รวดเร็วกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนของบริษัทอื่นๆ

 

ทั้งยังเป็นระบบขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนแบบอินไลน์ที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุดในตลาดอีกด้วย  การประมวลผลการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนแบบกระจัดกระจายนี้ขับเคลื่อนด้วยซีพียู Intel® Xeon® แบบมัลติคอร์ในคอนโทรลเลอร์ GDA และสถาปัตยกรรมการปรับขนาด Data Domain SISL™ (Stream-Informed Segment Layout) ซึ่งจะลดจำนวนการเข้าถึงดิสก์ที่จำเป็นในกระบวนการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน  ในระยะแรก แพลตฟอร์มนี้จะรองรับ Symantec NetBackup และ Backup Exec ผ่านทางซอฟต์แวร์ปลั๊กอิน

 

Global Deduplication Array นำเสนอระบบสตอเรจที่มีการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนเพื่อรองรับการแบ็คอัพข้อมูลบนคอนโทรลเลอร์ EMC Data Domain DD880 สองเครื่อง โดยจะมีการแบ่งภาระงานแบ็คอัพในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่อย่างโปร่งใสในลักษณะไดนามิกสำหรับคอนโทรลเลอร์ทั้งสอง จึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดการพื้นที่ความจุ การจัดการประสิทธิภาพ และการบริหารระบบแบ็คอัพ

·     สำหรับสภาพแวดล้อมแบ็คอัพที่จะต้องประมวลผลข้อมูลหลายร้อยเทราไบต์ ผู้ดูแลระบบจะสามารถกำหนดนโยบายการแบ็คอัพข้อมูลให้แก่ Global Deduplication Array และใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มสตอเรจ Deduplication ส่วนกลางเพื่อรองรับข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับการปกป้องตามนโยบายเหล่านั้น

·     Global Deduplication Array รองรับงานแบ็คอัพพร้อมๆ กัน 270 งาน ด้วยอัตราการรับส่งข้อมูลสูงสุด 12.8 TB/ชั่วโมง ช่วยให้แบ็คอัพข้อมูลได้มากขึ้นและรวดเร็วขึ้น

·     Global Namespace ลดความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนนโยบายการแบ็คอัพข้อมูลที่ซับซ้อน ในขณะที่เทคโนโลยี Global Deduplication แบ่งภาระงานตามนโยบายในลักษณะไดนามิกเพื่อรองรับการจัดการประสิทธิภาพและพื้นที่ความจุอย่างเหมาะสม  ด้วยเหตุนี้จึงสามารถปกป้องชุดข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากได้อย่างง่ายดาย โดยเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการ พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมในการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน และดังนั้นจึงช่วยลดพื้นที่ตั้งวางอุปกรณ์สตอเรจได้อีกทางหนึ่ง

นายนฐกร พจนสัจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากผลการวิจัย เราพบว่าการหาหนทางที่จะแบ็คอัพข้อมูลภายในกรอบเวลาที่กำหนดในขณะที่ข้อมูลมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัญหาท้าทายที่สำคัญที่สุดสำหรับการปกป้องข้อมูลภายในองค์กร  อีเอ็มซีนำเสนอ Data Domain Global Deduplication Array ซึ่งรองรับการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนแบบอินไลน์ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าระบบ Data Domain รุ่นก่อนหน้า แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ อีเอ็มซีช่วยให้ลูกค้าสามารถปกป้องข้อมูลจำนวนมากขึ้น แต่ใช้เวลาน้อยลง เราคาดการณ์ว่าบริษัทต่างๆ จะประเมินการผสานรวมระหว่างแบ็คอัพซอฟต์แวร์และสตอเรจ Deduplication เพื่อเพิ่มระดับประสิทธิภาพ ลดปริมาณข้อมูลแบ็คอัพ และผนวกรวมงานบริหารจัดการเข้าไว้ด้วยกัน

 

"Data Domain Global Deduplication Array ของอีเอ็มซีเป็นระบบที่ก้าวล้ำอย่างมาก โดยประกอบสร้างขึ้นจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม Data Domain ที่มีอยู่ และยังคงรักษาลักษณะที่เรียบง่ายของอุปกรณ์  การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนหรือ Deduplication ทำงานในลักษณะอินไลน์ จึงมีความรวดเร็วอย่างมาก อีกทั้งระบบยังมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับการผนวกรวมข้อมูลแบ็คอัพภายในดาต้าเซ็นเตอร์ แต่โหลดบาลานซิ่งแบบไดนามิก สตอเรจพูลเดียวกันสำหรับการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน รวมถึงเนมสเปซ และการผสานรวมอย่างกลมกลืนกับแบ็คอัพซอฟต์แวร์ ทำให้ Global Deduplication Array ใช้งานได้ง่ายกว่าผลิตภัณฑ์คู่แข่ง  นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่อีเอ็มซียกระดับมาตรฐานใหม่สำหรับการปกป้องข้อมูลบนดิสก์"  นายนฐกร พจนสัจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวย้ำ

ความสามารถที่เหนือกว่าในการรีพลิเคตข้อมูล

·     ด้วยซอฟต์แวร์ EMC Data Domain Replicator ทำให้ Global Deduplication Array สามารถจัดสรรการใช้เครือข่าย Wide Area Network (WAN) สำหรับการกู้คืนระบบ (DR), การแบ็คอัพข้อมูลจากสำนักงานสาขา หรือการผนวกรวมเทปบันทึกข้อมูลจากหลายๆ ไซต์โดยอัตโนมัติ

 

·     Global Deduplication Array หนึ่งเครื่องสามารถรองรับการรีพลิเคตข้อมูลจากสำนักงานสาขาได้สูงสุด 270 แห่ง โดยใช้ระบบสตอเรจขนาดเล็กที่มีการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน เช่น อุปกรณ์ Data Domain DD140 หรือ DD600 Series

·     การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนภายในไซต์จะช่วยลดการใช้แบนด์วิธ เพราะมีเพียงอินสแตนซ์แรกสุดของข้อมูลเท่านั้นที่ถูกถ่ายโอนผ่านเครือข่าย WAN ระหว่างไซต์ต่างๆ  นอกจากนั้น เพื่อการปกป้องข้อมูลนอกไซต์ที่รวดเร็วและการผนวกรวมเทปบันทึกข้อมูล Global Deduplication Array จะรองรับการรีพลิเคตข้อมูลที่อัตราความเร็ว 54 TB/ชั่วโมง

 

เช่นเดียวกับระบบ Data Domain ทั้งหมด Global Deduplication Array รุ่นใหม่นี้ติดตั้งได้ง่าย และมีความยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับการปรับใช้กับสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้มีอยู่โดยปราศจากการหยุดชะงัก และด้วยบริการระดับองค์กรทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง (24x7x365) จากอีเอ็มซี อุปกรณ์ดังกล่าวจึงผนวกรวมเข้ากับสภาพแวดล้อม Symantec™ NetBackup และ Backup Exec สำหรับการแบ็คอัพข้อมูลได้อย่างกลมกลืน โดยใช้ซอฟต์แวร์ EMC Data Domain OpenStorage

เหตุใดสถาปัตยกรรมจึงมีความสำคัญ

Global Deduplication Array ใช้ซีพียูในการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนแบบอินไลน์เช่นเดียวกับระบบ Data Domain ทั้งหมดของอีเอ็มซี โดยแตกต่างจากแนวทางการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนส่วนใหญ่ที่ถูกเพิ่มเติมเข้าไปในภายหลังสำหรับดิสก์อาเรย์, เวอร์ช่วลเทปไลบรารี (VTL) หรือแบ็คอัพซอฟต์แวร์ ระบบ Data Domain มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

·     สถาปัตยกรรมการปรับขนาด SISL ใช้ประโยชน์จากการปรับปรุงซีพียูเพื่อเพิ่มความเร็วในการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน พร้อมทั้งลดการพึ่งพาการประเมินดิสก์สำหรับประสิทธิภาพการทำงาน  ระบบ Data Domain มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเกือบ 90 เท่าสำหรับการรับส่งข้อมูล และเพิ่มความจุกว่า 225 เท่าในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และด้วยแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้ซีพียูของอินเทล คาดว่าอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต

·     การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อนแบบอินไลน์ที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการใช้ทรัพยากรระบบ การบริหารจัดการ และการจัดการกระบวนการระบบภายใน

·         ประสิทธิภาพของสตอเรจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับระบบที่มีขนาดเล็กกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่า

·     สถาปัตยกรรม Data Domain Data Invulnerability Architecture ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล ด้วยการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องระหว่างการจัดเก็บและกู้คืนข้อมูล

 

การวางจำหน่ายและบริการทั่วโลก

 

EMC Data Domain Global Duplication Array จะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2553  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบสตอเรจ Data Domain โปรดเยี่ยมชม visit www.datadomain.com  นอกจากนี้ ลูกค้าที่ใช้ EMC Data Domain Global Deduplication Array รุ่นใหม่จะสามารถทำงานร่วมกับฝ่ายบริการของอีเอ็มซี (EMC Global Services) เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการปรับใช้เทคโนโลยีการแบ็คอัพข้อมูลและการขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน พร้อมทั้งเพิ่มคุณประโยชน์ของฟีเจอร์ต่างๆ ด้วยการใช้บริการแบบครบวงจรจากอีเอ็มซี ทั้งในส่วนของการให้คำปรึกษา การปรับใช้ การติดตั้ง และการฝึกอบรม

 

ข้อมูลเกี่ยวกับอีเอ็มซี

 

อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น (NYSE: EMC) เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาและจัดหาโซลูชั่นและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งช่วยให้องค์กรทุกขนาดปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันและใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากข้อมูลที่มีอยู่ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของอีเอ็มซี คลิกไปที่ www.thailand.emc.com

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ซิสโก้ แอสเซส พอท์ย แอโรเน็ต 3500 ซีรี่ร์ ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุด CleanAir Technology

 

ซิสโก้ แอสเซส พอท์ย แอโรเน็ต 3500 ซีรี่ร์

ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุด CleanAir Technology

 

                    บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบเครือข่ายระดับโลก ขอแนะนำ แอสเซส พอท์ย แอโรเน็ต 3500 ซีรี่ร์ (Cisco Aironet 3500 Series Access Points) ที่ใช้ CleanAir Technology ซึ่งได้รับการออกแบบมาบน Hardware chip set ที่มี spectrum intelligence จึงรู้จักและแยกแยะสัญญานที่ใช้ในความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz ช่วยให้ระบบ wireless สามารถตรวจจับและทำการแก้ไขโดยการปรับเปลื่ยนความถี่เพื่อหลบเลื่ยงสัญญาณรบกวนโดยอัตโนมัต และเมื่อใช้งานร่วมกันกับระบบระบุตำแหน่ง สามารถทำการระบุสถานที่ที่สัญญานรบกวนตั้งอยู่ได้ด้วย ทำให้ผู้ดูแลสามารถที่จะทำการเคลื่อนย้ายแหล่งสัญญานรบกวนได้ ความสามารถนี้ไม่มีในระบบ Wireless LAN ที่ใช้ access point แบบธรรมดา และ CleanAir Technology เป็นนวัตกรรมล่าสุดทางด้าน Wireless จากซิสโก้ที่ช่วยให้การใช้งานระบบสื่อสารไร้สายในองค์กรมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เอเซอร์ ฮอตได้อีก ส่ง Acer liquid S100 สมาร์ทโฟนดีไซน์เฉี่ยว สุดล้ำ กับ Android OS

เอเซอร์ ฮอตได้อีก ส่ง Acer liquid S100

สมาร์ทโฟนดีไซน์เฉี่ยว สุดล้ำ กับ Android OS

 

เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ เปิดตัว Acer Liquid S100 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเน้นการออกแบบอย่างมีสไตล์ เพื่อกลุ่มลูกค้าที่ไม่ชอบซ้ำแบบใครที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ออนไลน์แต่ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร กับเทคโนโลยีล่าสดด้วยซีพียู Qualcomm 8250 ความเร็ว 768 MHz พร้อมหน้าจอ LED ระบบสัมผัสแบบ Capacitive Touch ที่แม่นยำ หน้าจอกว้างถึง 3.5" ความละเอียด 800x480 pixels คมชัดกับกล้อง 5 ล้านพิกเซล น้ำหนักเพียง 135 กรัม ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เข้าถึงอย่างรวดเร็วและตอบโจทย์ชีวิตออนไลน์ ให้คุณสนุกกับการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นและเกมส์มันๆแบบเต็มอิ่มกว่า 30,000 รายการ ด้วย Android marketplace เชื่อมโยงโซเชียลเน็ตเวิร์ก ด้วยอินเทอร์เน็ต Wi-Fi และ 3G  สามารถอัพเดท facebook Youtube ฟังเพลงผ่าน Spinlets พร้อมแผนที่ Google Maps ทั้ง GPS กับ A-GPS และ เช็คอีเมล์ผ่าน Gmail, Hotmail, Yahoo! ได้รวดเร็วทันใจ มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ แดง, ดำ และขาว โดยสนนราคาอยู่ที่ 16,900 บาท (ราคารวม Vat แล้ว) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ โทรศัพท์ 0 2685 4311 หรือคลิกไปที่ www.acer.co.th

วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เอเซอร์ กระชากทุกอารมณ์ พลิกโฉมการออกแบบตระกูลแอสไปร์

เอเซอร์ กระชากทุกอารมณ์ พลิกโฉมการออกแบบตระกูลแอสไปร์ ทุกซีรี่ย์

นำโดย ไทม์ไลน์ เอ็กซ์ หัวหอกบุกตลาดโน้ตบุ๊กบางเฉียบ 

- พรัอมสัมผัสขีดสุดแห่งความแรงด้วยซีพียู Intel® Core i พร้อมแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า 10 ช.ม. กับความบางเพียง 0.8 มิล-

 

กรุงเทพฯ:  13 พฤษภาคม 2553: บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ผู้นำอันดับ 1 ในตลาดคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย ประกาศพลิกโฉมการออกแบบผลิตภัณฑ์ตระกูล "แอสไปร์" เข้าถึงทุกอารมณ์การใช้งานกับซี่รีย์ใหม่ที่มีดีไซน์ล้ำไม่ซ้ำแบบ พร้อมประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเทคโนโลยีจากอินเทล เพิ่มความหลากหลายและตอบสนองความต้องการไร้ขีดจำกัด ชูธง แอสไปร์ ไทม์ไลน์ เอ็กซ์ (Aspire TimelineX) เจาะตลาดโน้ตบุ๊กหรูบางเฉียบ ขีดสุดแห่งความแรงด้วยซีพียู Intel® Core i รองรับการทำงานที่ยาวนานกว่า 10 ช.ม. พร้อมเติมเต็มสีสันในทุกวันด้วย แอสไปร์ วัน (Aspire one) เพื่อให้ทุกจังหวะชีวิตคุณดูง่ายขึ้น

 

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงค์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า นี่จะเป็นอีกครั้งที่เอเซอร์จะพลิกโฉมดีไซน์และนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ตระกูลแอสไปร์ครั้งสำคัญ หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการแนะนำโน้ตบุ๊ก เอเซอร์ แอสไปร์ ไทม์ไลน์ บางเบาและมีอายุแบตเตอรี่ที่นานกว่า 8 ชั่วโมงไปแล้ว  ครั้งนี้ เอเซอร์ในฐานะผู้นำทางด้านนวัตกรรม พร้อมนำเสนอนวัตกรรมทางด้านดีไซน์และประสิทธิภาพของแอสไปร์ ไทม์ไลน์ เอ็กซ์ โน้ตบุ๊ก เดส์กท๊อป และเน็ตบุ๊ก ที่มีการปรับโฉมใหม่พร้อมกันหมด โดยเฉพาะโน้ตบุ๊กในแต่ละซีรี่ย์ได้ถูกออกแบบให้มีความแตกต่างกัน มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยผนวกกับนวัตกรรมที่ลงตัว ซึ่งทำให้ไลน์ของแต่ละผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและขยายฐานผู้บริโภคได้กว้างขึ้น โดยแบ่งเป็นโน้ตบุ๊ก 11 ซีรี่ย์ เดสก์ท๊อป 2 ซีรี่ย์ และเน็ตบุ๊ก 1 ซีรี่ย์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเริ่มทยอยเปิดตัวตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 2 เป็นต้นไป

"แอสไปร์ ไทมไลน์ เอ็กซ์ แสดงถึงจิตวิญญาณของความต่อเนื่องจากความสำเร็จของ เอเซอร์ แอสไปร์ ไทมไลน์ ในรุ่นก่อนๆ  โดยได้เน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพที่น่าทึ่งให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากการใช้งานแบตเตอร์รี่ที่ยาวนานจะเป็นพื้นฐานของการใช้งานในปัจจุบัน และยังเป็นการบ่งบอกถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยของผลิตภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งแอสไปร์ ไทม์ไลน์ เอ็กซ์ ยังคงความหรูหราด้วยการออกแบบที่ทันสมัย บางเบา ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งของนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างให้สามารถจับต้องได้ในตลาดโน้ตบุ๊ก และเรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างความฮือฮาให้กับตลาดได้อีกครั้งในฐานะผู้นำตลาด แอสไปร์ ไทม์ไลน์ เอ็กซ์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถตอบสนองการใช้งานที่เร็วและแรงกว่าด้วยซีพียู Intel® Core I แต่ทำงานได้ยาวนานขึ้นกว่า 10 ชั่วโมง พร้อมความบางเพียง 0.8 มิล เท่านั้น นอกจากนี้เรายังเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับการทำงานด้วย แอสไปร์ เน็ตบุ๊ก ที่มีสีสันให้เลือกหลากหลายไม่ซ้ำใคร สร้างกระแสเน็ตบุ๊กฟีเวอร์ให้กลับมาอีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคอนซูมเมอร์ได้อย่างเข้าถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการที่เอเซอร์ได้สัมผัสและรับรู้ความต้องการของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด จึงเป็นที่มาแห่งจุดเปลี่ยนของดีไซน์และนวัตกรรมของเอเซอร์ แอสไปร์ ในครั้งนี้" นายนิธิพัทธ์ กล่าวเสริม

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอเซอร์ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้งกับ เอเซอร์ แอสไปร์ ไทม์ไลน์ เอ็กซ์ ซึ่งมาพร้อมกับอินเทล คอร์ ไอ โปรเซสเซอร์ ที่เป็นสถาปัตยากรรมล่าสุด ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีนำสมัยเช่น อินเทล เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี ช่วยทำให้การประมวลผล และการทำงานโดยรวมของโน๊ตบุ๊กมีดีไซน์ที่บาง น้ำหนักเบา และมีประสทธิภาพสูงสุด ในขณะที่ยังประหยัดพลังงานได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย นับว่าเป็นการเสริมโมบิลิตี้ไลฟ์สไตล์ และมอบประโยชน์ให้กับผู้บริโภคอย่างเต็มที่

 

นายบุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า เอเซอร์ แอสไปร์ ไทม์ไลน์ เอ็กซ์ เป็นโน้ตบุ๊กที่บางเบาที่สุดในกลุ่ม Ultra Thin Mobility Notebook ถูกออกแบบมาให้ใช้ซีพียู อินเทล ตระกลูคอร์ไอ พร้อมการด์จอแยกทำให้เร็วและแรง แต่ยังคงทำงานบนแบตเตอรี่ได้นานติดต่อกันกว่า 10 ชั่วโมง ด้วยแบตเตอร์รี่ขนาด 9 เซลล์ พร้อมประหยัดพลังงาน ด้วยเทคโนโลยี Acer Power Smart ที่จะคอยควบคุมโน้ตบุ๊กของคุณให้มีพลังงานมากขึ้น ทำให้การทำงานของอแดบเตอร์กินไฟน้อยกว่าถึง 66 เปอร์เซ็นต์  

 

เอเซอร์ แอสไปร์ ไทม์ไลน์เอ็กซ์ โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูระดับพรีเมียม ด้วยฝาปิด Aluminum แบบ Brushed Metal Finish ทำให้ทนทานมีให้เลือก 2 สี คือ ดำ และเงิน พร้อมวางตลาด 2 ซีรี่ย์ ได้แก่ Aspire 3820TG และ Aspire 4820TG ซีรีส์ ด้วยหน้าจอขนาด 13 นิ้ว และ 14 นิ้วตามลำดับ บางเฉียบเพียง 0.8 มิลลิเมตร มาพร้อมกับเทคโนโลยีอินเทลซีพียู Core i Processor พร้อมการด์จอแยกแรงด้วย ATI Mobility Radeon HD 5650 กับ VRAM 1GB สนับสนุน Direct X11 ให้คุณใช้งานกกราฟฟิกได้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพ และเทคโนโลยี Acer CineCrystalที่ให้ภาพสว่างคมชัดสมจริง ด้วยหน้าจอแบบ LED 16:9 High Definition พร้อมติดตั้งเว็บแคม Acer Crystal Eye ในตัว ให้คุณภาพเสียงสมจริงด้วยระบบ Dolby® Sound Room® simulates 5.1 – channel  นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเฉพาะของเอเซอร์ Acer Power Smart Key ที่ช่วยประหยัดพลังงานทำให้ใช้งานแบตเตอร์รี่ได้ยาวนานมากขึ้น และ Acer Backup Manager ช่วยในการสำรองข้อมูลได้อย่างง่ายดาย พร้อมระบบปฎิบัติการ Genuine Windows 7 Home Premium ทั้งหมดนี้ในราคาเริ่มต้นที่ 26,900 บาท (ไม่รวม Vat 7%)

 

สำหรับเน็ตบุ๊ก Aspire one D260 ซีรี่ย์ ล่าสุด ในกลุ่มUltra Mobility Netbook ที่ให้คุณพกพาติดตัวไปได้ทุกที่อย่างความอิสระ ด้วยดีไซด์สวย 360 องศาด้วยฝาปิดลายสวยลงตัว พร้อมสีสันให้เลือก ถึง 4 สี คือ สีม่วง, เงิน, ดำ และชมพูโอโรส (Purple Flake, Charcoal Flake, Black Flake, Pink Flake) มีฝาปิดด้านล่างเพิ่มความเก๋ ไม่ว่าจะถือหันด้านไหนก็สวยดูดี กับ Adapter แบบ Wall mount น้ำหนักเบาสะดวกในการพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ นอกจากนี้ประสิทธิภาพยังดียิ่งขึ้น ด้วยซีพียูใหม่ Intel® Atom 455 ที่รองรับ RAM DDR3 หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว  บางไม่ถึง 1 นิ้วและน้ำหนักเบา กล้อง Acer CrystalEyes Webcam 1.3 ล้านพิกเซล  โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 11,900 บาท (ไม่รวม Vat 7%)

 

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กจะเปิดตัวอีก 8 ซีรี่ย์ใหม่ โดยเน้นคุณภาพวัสดุและการออกแบบที่บางเบายิ่งขึ้น ได้แก่ โน้ตบุ๊กที่ประสิทธิภาพเยี่ยม ในระดับพรีเมี่ยม Aspire 8943G และ AS5943G ซีรี่ย์ ฝาปิด Magnesium Alloy สวยงาม ทนทาน และ น้ำหนักเบา หน้าจอ แบบ Acer CineCrystal Full High Definition LED Frameless design 18.4  และ Acer CineCrystal High Definition LED Frameless design 15.6 นิ้ว, Aspire 4745G และ Aspire 5745G ซีรี่ย์ แตกต่างด้วยรูปลักษณ์อันสวยงาม กับฝาปิดที่ใช้พื้นผิวสีดำแบบมันเงา เรียบหรู มีสไตล์อย่างลงตัว หน้าจอ Acer CineCrystal High Definition LED ขนาด 14 นิ้ว และ 15.6 นิ้ว Aspire 4551, Aspire 4551G, Aspire 4741 และ Aspire 4741G ซีรี่ส์ ซึ่งเหมาะกับการใช้งานทั่วไป ใน Concept Home Touch ตัวเครื่องดูทันสมัยด้วยสีเงินแบบเมทัลลิค พร้อมลายสวยสุดตา ป้องกับรอยขีดขวนและรอยนิ้วมือ หน้าจอ Acer CineCrystal High Definition LED ขนาด 14 นิ้ว โดยโน้ตบุ๊กซีรี่ย์ใหม่ทั้งหมด รองรับการด์จอแยกประสิทธ์ภาพจาก NVIDIA® GeForce® 300 ซีรี่ย์ หรือ ATI Mobility Radeon HD 5000 ซีรี่ย์ กล้อง Acer CrystalEyes Webcam 1.3 ล้านพิกเซล  และ Touch Pad ขนาดใหญ่พร้อม Click Pad แบบปุ่มเดียว Click ได้ทั้งซ้าย ขวา

 

ในส่วนของเดสก์ท๊อป 2 ซีรี่ย์ใหม่ ได้แก่ Aspire M1900 และ Aspire M3910 ซีรี่ย์ ปรับรูปโฉมของตัวเครื่องใหม่ ให้มีความสวยงาม และแข็งแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดย Aspire M1900 สวยสะดุดตาด้วยตัวเครื่องดีไซน์ใหม่ ดูสวยเงางาม แข็งแรง ทนทานยิ่งขึ้น ในขณะที่ Aspire M3910 จะมาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเดิม ผิววัสดุแบบ Mesh Design ป้องกันรอยขูดขีด และปราศจากรอยนิ้วมือจากการใช้งานได้ดี นอกจากนี้คุณยังสามารถปรับแต่งฮาร์ดแวร์ภายในได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อม HDD Carrier แบบใหม่ด้านหน้าตัวเครื่อง ให้คุณสามารถเพิ่มฮาร์ดดิสก์ได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็วยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกชมพร้อมสัมผัสการใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายเอเซอร์ทั่วประเทศ